สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ พบปะหารือกับคณะผู้บริหาร ปตท. และ ปตท.สผ. สำนักงานอาบูดาบี กระชับความร่วมมือหน่วยงานทีมประเทศไทยเพื่อยกระดับความมั่นคงด้านพลังงานไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ พบปะหารือกับคณะผู้บริหาร ปตท. และ ปตท.สผ. สำนักงานอาบูดาบี กระชับความร่วมมือหน่วยงานทีมประเทศไทยเพื่อยกระดับความมั่นคงด้านพลังงานไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

วันที่นำเข้าข้อมูล 17 ม.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 2 ก.พ. 2569

| 10 view
 
01
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ พบปะหารือกับคณะผู้บริหาร ปตท. และ ปตท.สผ. สำนักงานอาบูดาบี กระชับความร่วมมือหน่วยงานทีมประเทศไทยเพื่อยกระดับความมั่นคงด้านพลังงานไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
 
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นางสาวนิภา นิรันดร์นุต กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้พบหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับคณะผู้บริหาร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) นำโดยนางปัทมาภรณ์ แสงวิจิตร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท PTT MEA จำกัด และนายกฤษณ์ ลิมบานเย็น รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ โครงการภูมิภาคตะวันออกกลาง บริษัท PTTEP MENA
การหารือพบปะดังกล่าวนอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภายใต้ทีมประเทศไทยในยูเออีแล้ว ยังเป็นโอกาสในการรับทราบข้อมูลสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน และผลการดำเนินงานความก้าวหน้าที่สำคัญของ ปตท./ปตท.สผ. ในภูมิภาค MENA โดยเฉพาะบทบาทสำคัญของยูเออีต่อความมั่นคงด้านพลังงานของไทย ในฐานะแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบหลักของไทย ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 66 ของปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบรวมเพื่อการกลั่นของ ปตท. คิดเป็นมูลค่ากว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และการร่วมลงทุนล่าสุดของ ปตท.สผ. ร้อยละ 10 ในโครงการ Ghasha ซึ่งเป็นโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบขนาดใหญ่ของยูเออี ซึ่งอยู่ในระยะพัฒนา คาดการณ์กำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ 1,800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และน้ำมันดิบและคอนเดนเสทอยู่ที่ 150,000 บาร์เรลต่อวัน
 
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการต่อยอดความร่วมมือระหว่างไทย-ยูเออีไปสู่สาขาพลังงานสะอาด พลังงานแห่งอนาคต และสาขาอื่น ๆ ในระยะต่อไป เพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงด้านพลังงานและส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ